ค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2507 ถิ่นกำเนิดอยู่แถบจังหวัดเลยบนยอดภูหลวง กล้วยไม้พันธุ์นี้มีลักษณะเด่น คือ มีลักษณะคล้ายคลึงกับรองเท้านารีคางกบ แต่มีรายละเอียดส่วนต่างๆ ที่แตกต่างกัน ได้แก่ พื้นกลีบสีเขียวมีจุดสีม่วงประปรายทั่วกลีบ ปลายกลีบดอกแหลม พื้นกลีบมีสีทางสีเขียวถี่ๆ ลายทางจากโคนดอกวิ่งไปรวมที่ปลายกลีบ กลีบในกางเหยียด ขอบกลีบมีขนเช่นเดียวกับบริเวณโคนดอกวันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
รองเท้านารีสุขะกุล
ค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2507 ถิ่นกำเนิดอยู่แถบจังหวัดเลยบนยอดภูหลวง กล้วยไม้พันธุ์นี้มีลักษณะเด่น คือ มีลักษณะคล้ายคลึงกับรองเท้านารีคางกบ แต่มีรายละเอียดส่วนต่างๆ ที่แตกต่างกัน ได้แก่ พื้นกลีบสีเขียวมีจุดสีม่วงประปรายทั่วกลีบ ปลายกลีบดอกแหลม พื้นกลีบมีสีทางสีเขียวถี่ๆ ลายทางจากโคนดอกวิ่งไปรวมที่ปลายกลีบ กลีบในกางเหยียด ขอบกลีบมีขนเช่นเดียวกับบริเวณโคนดอกรองเท้านารีฝาหอย
ค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2431 ถิ่นกำเนิดอยู่ตามหุบเขาในเขตพม่าต่อชายแดนไทยตอนเหนือแถบจังหวัดลำพูน และเขตอำเภอเชียงดาว ภาคใต้ เช่น หมู่เกาะอ่างทอง และเกาะช้างในจังหวัดพังงา เป็นต้น ลักษณะเด่นของกล้วยไม้พันธุ์นี้ คือ ใบใหญ่ปลายมน ใบลายสีเขียวแก่และเขียวอ่อนใต้ท้องใบสีม่วงแดง ก้านดอกสั้นมีขน กลีบดอกนอกกว้างมนกลมปลายกลีบคุ้มลงด้านหน้า กลีบในทั้งสองกว้างมนรูปไข่ คุ้มออกด้านหน้า กลีบนอกและกลีบในเกยกันทำให้แลดูลักษณะดอกกลมแน่น กลีบดอกสีขาวนวล ประจุดสีม่วงจากโคนกลีบ กระเปาะมนกลมคล้ายฟองไข่นก Plover (ซึ่งเป็นที่มาของรองเท้านารีฝาหอยที่
วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
รองเท้านารีช่องอ่างทอง
รองเท้านารีช่องอ่างทอง ชื่อไทยของรองเท้านารีชนิดนี้ ได้จากชื่อแหล่งกำเนิดแห่งหนึ่งในทะเลบริเวณอ่าวไทย คือ หมู่เกาะช่องอ่างทอง ในเขต จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีลักษณะต้นและใบคล้ายกันกับรองเท้านารีขาวสตูลมากยกเว้นแต่ว่าต้นและใบของ แต่ละต้นในกลุ่ม เดียวกัน มีความหลากหลายของลักษณะที่เห็นได้กว้างขวางมาก เช่น สีใบ จุดที่กระจายอยู่ในดอกของแต่ละต้น ก็มีความแตกต่างหลากหลาย จนกระทั้งทำให้เกิดการสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นลูกผสมธรรมชาติระหว่างรองเท้านารีขาวสตูลกับฝาหอย นำมาปลูกเลี้ยงได้ง่าย และให้ ดอกง่ายในสภาพแวดล้อมของกรุงเทพฯ แต่ไม่สู้จะทนทานต่อโรค ไส้เดือนฝอย ชนิดที่เข้าไปอาศัยในใบและทำลายทำให้ เกิดเน่าทั้งกอเมื่อเจริญเป็นกอใหญ่ๆ ผู้เขียนไม่คิดว่าการควบคุมปัญหานี้ โดยใช้สารเคมีจะเป็นสิ่งควรสนับสนุน หากคิดว่าแม้ใน ธรรมชาติก็สามารถอยู่ได้ น่าจะมีวิธีการบนพื้นฐาน ธรรมชาติที่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งกำลังศึกษาค้นคว้าต่อไปอีก เช่นอาจขาดธาตุบางอย่าง ซึ่งมีอยู่ในธรรมชาติที่ช่วยให้พันธุ์ไม้ สามารถต้านทานศัตรูนี้ได้ดี แหล่งกำเนิดหาใช่มีเฉพาะในบริเวณหมู่เกาะช่องอ่างทอง เท่านั้น พบตามภูเขาหินปูนตั้งแต่เขตจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปทางใต้ มีความหลากหลายในลักษณะรายละเอียดด้วย ทำให้กล้วยไม้รองเท้านารีชนิดนี้น่าสนใจและรู้สึกท้าทาย ต่อการนำมาปลูกเลี้ยงและศึกษา รวมทั้งใช้ประโยชน์บนความหลากหลายอย่างลักษณะดอก
กล้วยไม้นางตายตัวผู้
นางตายตัวผู้... เป็นเอื้องดินครับลักษณะจะมีหัวเล็กๆดูคล้ายกับมันฝรั่งฝังตัวอยู่ใต้ดิน มีช่อดอกเป็นแบบกระจะ ภายในช่อมีดอกจำนวนหลายดอก ดอกสีขาวส่วนกลีบเลี้ยงจะเป็นสีน้ำตาล ขนาดของดอกประมาณ 0.5 ซม.ครับ ออกดอกช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน...
วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554
รองเท้านารี ม่วงสงขลา
"รองเท้านารี" กล้วยไม้ชนิดนี้ จัดอยู่ในสกุล Paphiopedilum หมายความถึง เทพธิดาผู้เลอโฉม หรือเทพธิดาวีนัส หรือ รองเท้าแสนสวยของเทพธิดาวีนัส ซึ่งถอดความมาจากคำภาษาอังกฤษว่า Lady's slipper หากลองสังเกตดอกอย่างพินิจพิเคราะจะเห็นว่ารูปลักษณ์อันแปลกตานั้นคล้ายคลึงกับรองเท้าแตะหรือปลายรองเท ้าไม้ของสุภาพสตรีชาวเนเธอร์แลนด์ย่งนัก ใคร ๆ จึงเรียกสั้นๆ ว่า กล้วยไม้รองเท้านารี มีชื่อเรียกอื่นๆ อีกหลายชื่อ เช่น รองเท้านาง รองเท้าแตะนารี หรือ บุหงากะสุต ในภาษามาเลเซีย อันหมายถึงรองเท้าของสตรี เนื่องจากกลีบดอก หรือที่เรียกว่า "กระเป๋า" มีรูปร่างคล้ายกับรองเท้าของสตรีแลรองเท้าไม้ของชาวเนเธอแลนด์ กระเป๋าของรองเท้านารีมีรูปร่างลักณะและสีสรรแตกต่างกันไปตามชนิดพันุ์
กล้วยไม้สกุลนี้มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตอบอุ่น และเขตร้อนแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดีย ฟิลิปปินส์ พม่า มาเลเซีย และในประเทศไทย มักขึ้นตามพื้นดิน ซอกหินตามหน้าผา หรือบางชนิดเป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ในประเทศไทยมีการสำรวจพบ 14 ชนิด แต่ละชนิดมีความงามแตกต่างกัน รวมทั้งมีการปรับปรุงและคัดสายพันธ์กันอย่างแพร่หลายด้วย และเป็น 1 ใน 1131 ชนิดพันธุ์ไม้ที่ใกล้สูญพันธุ์
กล้วยไม้สกุลนี้มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตอบอุ่น และเขตร้อนแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดีย ฟิลิปปินส์ พม่า มาเลเซีย และในประเทศไทย มักขึ้นตามพื้นดิน ซอกหินตามหน้าผา หรือบางชนิดเป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ในประเทศไทยมีการสำรวจพบ 14 ชนิด แต่ละชนิดมีความงามแตกต่างกัน รวมทั้งมีการปรับปรุงและคัดสายพันธ์กันอย่างแพร่หลายด้วย และเป็น 1 ใน 1131 ชนิดพันธุ์ไม้ที่ใกล้สูญพันธุ์
กล้วยส้มสยาม
ลักษณะ: ลำต้นเป็นเหง้าขนาดเล็กทอดขนานอยู่ใต้ดิน ไม่มีใบ ช่อดอกแบบกระจะ มี 3-5 ดอก ดอกกว้าง 0.5 ซม. สีครีมอมส้ม กลีบเลี้ยงบนและกลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยก กลีบเลี้ยงคู่ข้างเชื่อมติดกัน ปลายแยก กลีบปากรูปแถบ ปลายมีเยื่อนูนรูปหัวใจ ด้านหน้าเส้าเกสรมีรยางค์เหมือนเขี้ยวขนาดใหญ่โค้งลง
ออกดอกช่วงเดือน: พฤษภาคม
แหล่งที่พบ: พืชถิ่นเดียวพบเฉพาะในประเทศไทยที่เชียงใหม่และนครราชสีมา
แหล่งที่พบ: พืชถิ่นเดียวพบเฉพาะในประเทศไทยที่เชียงใหม่และนครราชสีมา
ออกดอกช่วงเดือน: พฤษภาคม
แหล่งที่พบ: พืชถิ่นเดียวพบเฉพาะในประเทศไทยที่เชียงใหม่และนครราชสีมา
แหล่งที่พบ: พืชถิ่นเดียวพบเฉพาะในประเทศไทยที่เชียงใหม่และนครราชสีมา
ออกดอกช่วงเดือน: พฤษภาคม
แหล่งที่พบ: พืชถิ่นเดียวพบเฉพาะในประเทศไทยที่เชียงใหม่และนครราชสีมา
แหล่งที่พบ: พืชถิ่นเดียวพบเฉพาะในประเทศไทยที่เชียงใหม่และนครราชสีมา
ออกดอกช่วงเดือน: พฤษภาคม
แหล่งที่พบ: พืชถิ่นเดียวพบเฉพาะในประเทศไทยที่เชียงใหม่และนครราชสีมา
แหล่งที่พบ: พืชถิ่นเดียวพบเฉพาะในประเทศไทยที่เชียงใหม่และนครราชสีมา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




